วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พระอินทร์ ราชาผู้ครองสวรรค์




ศาสนาพราหมณ์ หรือ ศาสนาฮินดู แต่โบราณจะนับถือ พระอินทร์ ให้เป็นใหญ่สูงสุด พระอินทร์ถือได้ว่าคือเทพเจ้าองค์แรกสุดของศาสนาพราหมณ์ฮินดูก็ว่าได้ จนในปัจจุบัน การบูชาพระอินทร์ก็ยังมีอยู่ในหมู่ผู้ศรัทธาทั่วไป เพียงแต่ถูกลดบทบาทลงทั้งในศาสนาฮินดู ที่ยกย่อง พระพรหม พระวิษณุ (พระนารายณ์) และ พระศิวะ (พระอิศวร) ขึ้นเป็นใหญ่แทน

เมื่อโบราณ พระอินทร์ ถือว่ามีอานุภาพสูงที่สุดในบรรดาเทพทั้งปวง สามารถดลบันดาลให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆได้ เช่น บันดาลให้ฝนตกตามฤดูกาล ให้พืชพรรณงอกงาม เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ดี และยังเป็นเทพเจ้าที่มีอำนาจสูงสุดในการบันดาลให้เกิดภัยทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นฝนตกหนัก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า น้ำท่วม พายุอันรุนแรง ฯลฯ

พระอินทร์ มี วัชระ หรือ สายฟ้า เป็นศาสตราวุธคู่กาย วัชระนี้สามารถสร้างสายฝนและฟ้าผ่า ฟ้าร้องได้ เป็นศาสตราวุธของเทพเจ้าที่ทรงอำนาจเป็นอย่างมาก สามารถผ่ามหาสมุทรได้ สามารถผ่าภูเขาได้ สามารถผ่าท้องฟ้าได้

พระวรกายของพระอินทร์นั้นมีสีเหลืองทอง กระจ่างสดใส อีกตำราก็ว่าพระอินทร์มีผิวสีแดงเข้ม สวมอาภรณ์อย่างสวยสดงดงาม ดูสะอาดสะอ้าน มีงูเป็นสร้อย สวมเครื่องประดับเพชรนิลจินดามากมาย เช่น สร้อยคอ กำไลข้อมือ แหวน มงกุฎอันตระการตา ศิลปินที่วาดรูปพระอินทร์ได้งดงามจะถือว่าเป็นมหากุศลอย่างยิ่ง

พระอินทร์สามารถแปลงกายได้สารพัด สามารถล่องหนไปปรากฎอยู่ที่ใดก็ได้ สามารถเนรมิตให้ร่างกายเล็กกระจิดอย่างมด หรือเนรมิตให้ร่างกายใหญ่โตมหึมาดั่งภูเขา

พาหนะของพระอินทร์มี 2 อย่าง คือ "รถม้า" และรถม้านั่นก็คือ "พระอาทิตย์" นั่นเอง

และอีกอย่างคือ "ช้างเอราวัณ" หรือช้าง 3 เศียร (แต่เดิมมีถึง 33 เศียร)

พระอินทร์เป็นมหาเทพที่ยิ่งใหญ่เหนือชีวิตของมนุษย์และสรรพสัตว์
มีหน้าที่ปกป้องดูแลโลกให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ เป็นผู้นำเหล่าเทพเจ้าไปกำจัดอสูรร้ายในหลายคราว

นอกจากศาสนาพราหมณ์แล้ว ในศาสนาพุทธ พระอินทร์ ยังเป็นเทพผู้รักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่ยืนยงถึง 5,000 ปี เนื่องจากพระอินทร์เป็นเทวกษัตริย์ อันหมายถึงเป็นราชาแห่งเหล่าทวยเทพ จึงมีอำนาจในการสั่งการ ทำลายผู้ที่จะนำพาพระพุทธศาสนาไปในทิศทางที่ไม่ดี

เมื่อพระอินทร์ได้ทรงสร้างอาณาจักรบนสรวงสวรรค์ให้ยิ่งใหญ่แล้ว ราชาแห่งทวยเทพพระองค์นี้ก็เนรมิตให้เหล่าเทวดาที่ได้ขึ้นสวรรค์ได้อยู่อย่างมีความสุขปราศจากมลทินและความเศร้าทุกข์ใดๆ

พระอินทร์มีศัตรูคู่กรณีที่สำคัญที่สุดคือ งูยักษ์วริตรา ได้ทำสงครามกันหลายครั้ง แต่ละครั้งก็กินระยะเวลายาวนาน และทุกๆครั้งพระอินทร์ก็จะเป็นฝ่ายชนะเสมอ พระอินทร์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของ ธรรมะ และงูยักษ์ ก็เป็นสัญลักษณ์ของ อธรรม นั่นหมายถึงทั้งสองอย่างจะอยู่คู่กันและไม่มีทางดับสูญได้เลย

ท้าวสักกะเทวราช คืออีกพระนามหนึ่งของพระอินทร์ ในตำราหนึ่งกล่าวไว้ว่า พระอินทร์เกิดมาจากผู้ใจบุญจำนวน 33 คน ได้ร่วมกันสร้างศาลาและร่วมกันทำเส้นทางเพื่อถวายเป็นทาน เมื่อตายไปก็ไปเกิดเป็นเทวดา เทวดาเหล่านี้ก็รวมร่างกันกลายเป็นพระอินทร์ ช้างทรงของพระอินทร์จึงมี 33 เศียร เพื่อแสดงถึงผู้กระทำคุณงามความดี 33 คนนั่นเอง

พระอาสน์ (ที่นั่ง) ของพระอินทร์มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เมื่อร้อนขึ้นมาคราใด นั่นหมายถึงโลกมนุษย์ได้เกิดเหตุร้าย อสูรร้ายออกอาระวาด เมื่อนั้นพระอินทร์ก็จะออกจากสวรรค์ แปลงกายเป็นสัตว์ที่มีร่างกายกำยำ แข็งแกร่ง เพื่อลงมาปราบอสูรให้สิ้นไป ผู้ที่ได้ประกอบความดีบนโลกมนุษย์ เมื่อสิ้นอายุแล้วจะไปเกิดเป็นเทวดา ประทับอยู่บนสรวงสวรรค์อันเป็นวิมานของพระอินทร์


การเตรียมเครื่องบูชาพระอินทร์ มีดังนี้

๑.กล้วย(เคล็ดเพื่อทำอะไรได้ง่ายๆ) อ้อย(อ้อยเคล็ดหวานชื่น) มะพร้าว เป็นผลไม้สวรรค์แทนการสักการบูชาสูงสุด
๒. พวงมาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอก ถ้าไม่ได้ใช้ดาวเรืองล้วยสี่พวง
๓. หมากพลู๕คำ เงิน๑๕บาท
๔.ธูป๕ดอก เทียนขาว๑คู่(เทียนแท้ก็ได้)
เมื่อเสร็จแล้วให้นำเครื่องบูชาทั้งหมดใส่ ให้จุดธูปเทียน บูชาก่อน

ตั้งนะโมสามจบ กล่าวดังนี้

โอม ตรา(อ่านว่าตา)จาระ อินทระ มวิตาระ มินทรัม หเว หเว สุหะวัยยะ สุระอินทะรัม มัณนะยามิ ศักระ ปรุหูตะ อินทะรัม สวสิตตะ โน มัฆะวา ธาตะวินทะรัช โอม อินทรายะ นมัสสายะ วันทามิ สุขัง ภะวันตุเม
สาธุ อุกาสะ อุกาสะ อุกาสะ วันทามิสักโก มหาเทวะโต ตาวะตึง สานัง มหาราชา เทวามหาราโชชัย สหัสสะนัยยะเทวา อัมริทร์ธิเทวาธิ เทวามหิธิกา ไตรตรึงเตปิ อนุรักขันตุ อัญชะนะกัตอัญชลี เอหิเอหิ มะมะมามา โอมวันทามิ มหาเทวามหิธิกา เดชะปุญโญ มหาราชะ อินทะราปุตตัง มานีมามะ จะเทวะเสนาบดี มหาเทวา ทวาทศเทวา จะเทวาทศศานัง มานิมามา มหาเทวาติ จะกุสสะรัง โอมนาคีนาคาเทวะพญาคชาเอราวัณโณ สุโข ขะมามิหัง ขออัญเชิญ องค์ท่านท้าวสักกะเทวราชและ เทพยดาเจ้าที่เป็นมหาเสนาบดีทุกๆพระองค์ ทั้งเทพบุตร เทพธิดา ทั้งนางฟ้านางสวรรค์ ทุกๆๆพระองค์ที่เอ่ยพระนามก็ดีมิได้เอ่ยพระนามก็ดีข้าพระพุทธเจ้า จะขออัญเชิญมารับเครื่องบวงสรวง ต่อองค์พระอินทร์เทวา พลียะสุกรรมา ยาคะพิธีปูชาเชิญเสด็จองค์พระอินทราธิราชและเหล่าเทพเสนาทั้งปวงมาทั้งหมดขออัญเชิญองค์อมรินราธิราชเจ้าอันเป็นประธานแก่หมู่นิกรคณาขอพระองค์ทรงเสด็จบนหลังพ่อพญาช้างเอราวันพร้อมทั้งเทพบุตรเทพธิดานำพลโยธาชาวสวรรค์เสด็จมายังพลีสุกรรมพิธี มาเป็นศิริมิงคงคลอนุโมทนาสาธุการอย่างอยู่ช้าเชิญโปรดเสด็จมา บัดนี้เทอญ..... ข้าพเจ้าขอกราบเชิญ

พระอินทร์มารับเครื่องบวงสรวงเนื่องในการ.....(ซึ่งจะกล่าวอะไรก็ว่าไปเช่นแก้บนก็ให้กล่าวว่าแก้สินบนเรื่องอะไร)ขอพระองค์จงรับและโปรดประทานความสำเร็จแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ
เสร็จแล้วเอาธูปปัก ยกถาดเครื่องบูชา ภาวนาดังนี้

โอม นะโม มหาอินทรจักรโข อรหังพุทโธ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ สะปะอิปิ อิติอรหัง มหาไตรโลกัง พุทธัง มหาเทวัง ประสิทธิเม

บัดนี้ลูกขอถวายเครื่องบูชาอันมี ผลไม้ มูลผลาหาร หมากพลู พวงมาลัยและเงินปัจจัย เพื่อเป้นการไถ่สินบน แด่เสด็จพ่อพระอินทร์ ขอได้โปรดทรงประทานความโชคดีโชคลาภ เจริญด้วยดิถีมหามงคล ดลนิรันดร์การ ด้วยเทอญ

เสร็จแล้วให้นำเอาพวงมาลัยไปคล้องที่พระกรองค์อินทร์ทั้ง๔(หากเป็นมาลัยดาวเรือง) หากเป็นมาลัย๗สี๗ศอก ให้คล้องที่องค์พระอินทร์ เสร็จแล้วให้นำเงิน๑๕บาท ถวายไว้ที่สังข์ของพระอินทร์(เป็นเคล็ดชนะสิบห้าชั้นดินและไม่ไปสู่ความตกต่ำมีแต่ความร่ำรวยตลอดกาล) เป็นอันเสร็จพิธี

คาถาบูชาพระอินทร์บทแรกเป็นหัวใจโองการพระอินทร์สามารถสวดบูชาได้ทุกวันพระ พระอินทร์ท่านจะมาคอยช่วยอำนวยพรเสม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น